Sorajarot's profile"Espazs" The great.PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    11/30/2007

    ปากเซ....(เมืองหลวงริมฝั่งโขง ตอนจบ)

    13 พฤศจิกายน 2550 (ช่วงบ่าย)

    เครื่องดื่มเกลือแร่อิมพอร์ตจากไทยที่มีมาขายถึงยอดเขาวัดภูนี้ครับ


    วิหารที่เคยบรรจุศิวลึงค์ตอนนี้บรรจุพระประธานไว้ครับ

    ที่สุดแล้ว ผมก็ขึ้นมาถึงจนได้ครับ แฮ่ก.. แฮ่ก..
    มาถึงปั๊บผมมองอะไรไม่เห็นทั้งนั้น นอเสียจากร้านขายเครื่องดื่มและผ้าเย็นที่อยู่ตรงหน้า
    แรงที่จะเหือดหายผนวกกันส่งออกมาประหนึ่งเป็นแรงฮึดพาผมพุ่งตรงไปยังร้านนั้นทันที
    ตอนแรกผมกำลังคิดอยู่ว่าเหงื่อแตกพลั่กแบบนี้ ถ้ามีเครื่องดื่มเกลือแร่ยอดที่ฮิตที่ขายอยู่ที่ไทยคงจะดีไม่น้อย
    ......ปรากฏว่ามีจริงๆซะด้วยสิครับ.....
    หลังจากหายเหนื่อย ตาที่เคยพร่ามัวก็เริ่มใสขึ้นพลัน ผมก็เริ่มสอดส่ายมองหาสิ่งที่อยู่ข้างบนนี้และแล้วผมก็ได้พบกับวิหารขอม
    ซึ่งในอดีตว่ากันว่าเคยบรรจุศิวลึงค์ไว้ ณ ที่แห่งนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างวัดภูขึ้นที่นี่ครับ



    ทิวทัศน์จากบนวิหารเมื่อมองมาเบื้องล่าง ไม่แปลกใจเลยที่ผมเห็นภาพมุมนี้จากแทบทุกคนที่มาเที่ยวที่นี่


    พระประธานที่อยู่ในวิหาร

    เดินมาด้านข้างอีกหน่อย ผมเห็นภาพที่ตรึงใจผมมาจนถึงตอนนี้ วิหารแห่งวัดภูเบื้องล่างที่ตั้งตระหง่านอยู่ใต้ท้องฟ้าสีคราม
    พาใจจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นี่และผ่านมานับพันๆปี ภาพที่ผู้คนกำลังประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
    วิหารที่อยู่ตรงหน้ากลับคืนสภาพเป็นเทวสถานที่น่าเกรงขาม เสียงสวดบูชาองค์ศิวะเจ้าดังไปทั่วอาณาบริเวณ
    ขณะที่พิธีกรรมกำลังดำเนินไปในภวังค์ของผม ลีกับภรรยาก็มาเรียกให้ไปถ่ายรูปให้ที่ด้านหลัง และแล้วทุกอย่างก็คืนกลับสู่ปัจจุบัน
    ณ เวลาที่ที่นี่เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งสำหรับชาวต่างชาติมาสัมผัสกลิ่นไอของบรรยากาศเมื่อหลายพันปีก่อนเท่านั้น



    ทวารบารที่ยังคงเฝ้าประตูวิหารอย่างเงียบสงบ


    ลีถามผมว่าจะขึ้นไปอีกไหม นี่คือหน้าของผมตอนกำลังจะตอบครับ


    ผมยังคงเดินตระเวนถ่ายรูปอีกหลายแห่งรอบๆวิหารพระประธาน ขณะที่ไปหยุดตรงธารน้ำตกเล็กๆให้ได้ล้างหน้าจนเย็นชื่นใจแล้ว
    ผมก็พบว่าตรงจุดนี้ยังไม่ใช่ยอดที่สุดของเขาวัดภู แต่ยังสามารถขึ้นไปได้อีกเพื่อไปชมอีกส่วนหนึ่งของวิหาร
    ลีหันมาถามผม "Do you wanna go there ?"(จะขึ้นไปข้างบนหรือเปล่า) ผมหันขึ้นไปมองเหงืื่อไหลซิกๆ ก็ข้างบนมันไม่มีบันไดอีกแล้วเนื่องจากพังลงมาหมด
    ถ้าจะขึ้นงานนี้คงต้องสวมวิญญาณลิงกับขึ้นไปอย่างเดียว "I'm thinking. Or you wanna go ?" (กำลังกำลังคิดอยู่ครับ หรือคุณจะขึ้นไปเหรอ?)
    "Nop, But if you go I will wait here." ลีพูดประมาณว่า"ไม่ขึ้น ข้ากะลังจะบอกเอ็งว่าเอ็งจะขึ้นก็ขึ้นไปเหอะ ข้าไม่ไหวแล้ว" ประมาณนั้น..


    หินช้าง 1 ใน 3 ไฮไลท์บนวิหารแห่งนี้


    หินจระเข้สำหรับใช้ในพิธีบูชายัญ ใครไม่ได้มาถ่ายรูปกับหินก้อนนี้ถือว่ายังไม่ได้มาที่นี่ครับ


    ต่างคนต่างไม่ขึ้น พวกผมเลยพยายามควานหา "หินจระเข้" ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ หลายคนที่มาเคยพูดไว้ว่า
    ถ้าขึ้นมาบนเขานี้แล้วยังไม่ได้ถ่ายภาพกับหินสลักรูปสัตว์ถือว่ายังขึ้นมาไม่ถึง พวกผมกับพวกลี 4 คนเลยพยายามควานหากันยกใหญ่
    สุดท้ายอาศัยสัญชาติดั้งเดิมของภรรยาลีเว่าลาวถามคนบ้านเดิมก็ได้รับคำตอบจนพวกเราได้ถ่ายรูปกับหินจระเข้สมใจ
    ที่ลานแห่งนี้ดูเหมือนจะมีหินก้อนใหญ่ๆกองเกลื่อนกลาดไปหมด แต่ถ้าดูดีๆแล้ว หินทุกๆก้อนถูกแกะสลักทั้งนั้น
    ทำให้เรารู้ว่าแม้วันนี้มันจะเป็นเพียงเหล่าหินที่ไม่มีใครสนใจ แต่เมื่ออดีตกาลมันอาจจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้างอันวิจิตรก็เป็นได้


    เหลียวมองวัดภูอีกครั้งก่อนออกเดินทาง


    เมฆเริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกล


    ขาลงใช้เวลาเพียง 1 ใน 10 ของขาขึ้น ประหนึ่งโดลงมาจากข้างบน ผมเหลียวหลังมองวิหารด้านล่างครั้งสุดท้ายก่อนที่จะกลับ
    ยังหวนนึกถึงวันเวลาที่ผ่านไปในสถานที่แห่งนี้ เสียงบูชาแห่งศรัทธายังคงก้องกังวาลในมโนนึก
    ก่อนที่ความขลังของอิฐแต่ละก้อนจะค่อยๆห่างออกไปทีละก้าวๆ ผมทำได้แค่เพียงบอกกับตัวเองในใจเท่านั้นว่า....
    ....ซักวันนึงผมจะกลับมา.....
     
     

    ฟ้าครึ้มมาแต่ไกล พันท้ายเรือชาวเวียดนามของเราคะเนสถานการ์ก่อนพาลูกค้าไปเสี่ยง



    เรือโดยสารขากลับของเรา


    .....ยิ่งนานฟ้ายิ่งครึ้ม.....
    พวกผมยังคงรอคอยนายเรือของเราคะเนสถานการณ์ก่่อนที่จะพาลูกค้าลงเรือ หลังจากที่มั่นใจว่ายังไงก็ไปถึงก่อนตัวเปียกพวกเราก็ลงเรือกัน
    ด้วยอารมณ์หวาดหวั่นเล็กน้อย ไม่ให้หวั่งได้ยังไง ก็ทั้งกล้องทั้งอะไรต่อมิอะไรอยู่กับตัวทั้งหมด ไหนจะกลัวตกน้ำเป็นอาหารปลาอีก - -
    ด้วยความมั่นใจในฝีมือของพันท้ายของเรา (และเวลาอันน้อยนิดที่เหลือก่อนที่รถรอบสุดท้ายจะออกและเราอาจจะต้องนอนปากเซอีกคืน)



    ท่านั่งแบบสบายใจเฉิบขอรับ


    ลีขึ้นมาเป็นรอบที่สองก็ยังไม่หายกลัว


    เรือกำลังออกจากท่า พร้อมๆกับเมฆที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมก็ห่วงกล้องทั้ง 2 ตัวที่ติดมา
    ส่วนลีนี่ไม่ต้องพูดถึง ดูท่าทางเค้ายังไม่ค่อยวางใจกับเรือไม้กระดานพาดลำนี้เท่าไหร่ ตั้งแต่ขึ้นตอนขามาแล้ว
    ขากลับนี้ผมหาที่นั่งเหมาะๆกับตัวเองได้ เอามือวักน้ำเล่นไปพลาง ชมความยิ่งใหญ่ของลำโขงไปพลางมันช่างแสนสุขเสียจริงๆ



    คิวรถเมืองปากเซครับ


    รอบขากลับนี้เรากลับด้วยรถไทยครับ


    ทันทีที่ถึงฝั่งสิ่งที่เรากลัวก็เป็นจริงจนได้ ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
    พวกผมลาลีและภรรยาด้วยคำส่งท้ายที่หวังว่าจะได้พบกันที่กรุงเทพฯ เพราะเขากับภรรยาจะมาที่ไทยต่อครับ
    ผมอยากจะรีบบึ่งไปให้เร็วทันใจที่วิ่งปร๊าดไปถึงท่ารถแล้ว แต่ก็ไม่กล้าพอกับการขับรถเลนขวาของชาวลาวเท่าไหร่
    แต่ในที่สุดแล้ว รถเข้าสู่อุบลยังคงจอดรอเราอยู่ที่ท่ารถ ผผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนที่จะหาอะไรกินอีกซักมื้อก่อนกลับ



    ร้านอาหารด้านหน้าคิวรถ


    จนถึงตรงนี้ก็ยังมีเบียร์ลาวให้กินครับ


    จนแล้วจนรอดกระทั่งมื้อสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ ผมก็ยังอดไม่ได้ที่จะสั่ง....
    ...ไข่เจียวครับ และอีกอย่างที่แน่นอนสุดก็คิอข้าวผัด ข้าวที่นี่ผมสังเกตตั้งกะกินมื้อแรกแล้วว่า ขาวจะหนึบๆ
    แต่ไม่ใช่ข้าวเหนียวนะครับ เป็นข้าวเจ้านี่แหละ แต่เคี้ยวแล้วมันไม่ได้นิ่มแบบข้าวเจ้าไทยซะทีเดียว และพอเอามาทำข้าวผัดผมก็ชอบซะจริงๆ
    มือนี้มีแนมด้วยต้มยำปลามาซดให้ชื่นใจกันอีกซักชาม ก่อนจ่ายเงิน ผมเดินไปถามเรื่องเบียร์ลาวก่อนจะกลับ
    เพราะสัญญากับคุณ bvindicate ไว้ว่าจะซื้อมาฝาก ตอนที่ผมมาคราวแรก ขนาดหมูหยองเค้ายังไม่ให้เอาเข้าประเทศ ผมเลยต้องถามให้แน่ใจก่อน
    ไม่งั้นจะเสียเงินที่มีอยู่น้อยนิดในตอนนี้ไปฟรีๆ แถม ATM ที่นี่ผมก็หาไม่เจอไม่รู้อยู่ตรงไหน หลังจากถามกันอยู่สารพัดภาษาน้องเจ้าของร้านเค้าก็ตอบผมกลับมาว่า
    "เสี่ยง" คำเดียวสั้นๆแต่มีความหมายถึงสวัสดิภาพในการเดินทางกลับของผม ผมเลยตัดสินใจไม่ซื้อแล้วหันไปซื้อเป็บซี่กับมิรินด้า
    ที่มีฉลากเป็นภาษาลาวกลับมาแทนครับ


    รถชั้น VIP ของนครชัยแอร์


    มาอย่างยาจกแต่กลับอย่างราชาเป็นจริงได้ครับ เพราะทริปนี้เราใช้เงินในลาวไปน้อยซะเหลือเกิน
    กลับมาพอแลกเงินผมยังเหลืออยู่อีกหลายร้อยพอที่จะนั่งรถ VIP หรูๆกลับบ้านได้สบายแฮ
    บนรถพอขึ้นปั๊บผมรีบหันไปกดปุ่มเบาะนวดอัติโนมัติทันที ไม่นานพนักงานก็มาแจกน้ำแจกขนมซะ 4 รอบ เอาซะอิ่มแย่
    ก่อนที่จะหลับกลับมาถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพอย่างมีความสุขครับ..

    เกร็ดเล็กๆน้อยๆในการเที่ยวปากเซ

    หลังจากไปเที่ยวแบบคลำทางในลาวของผมทำให้ผมได้ประสบการ์กับการเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตมาหลายอย่าง และสิ่งต่อไปนี้เป็นอะไรเล็กๆน้อยๆที่อยากจะทิ้งไว้ให้เผื่อใครจะไปทีหลังครับ

    - อาหารในปากเซ อาหารในปากเซตามร้านตามสั่งมีเหมือนกันในไทยแทบจะทุกอย่างครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไข่เจียวที่ผมชอบมาก ใส่สารพักผัก ทั้งข้าวโพด หอมแดง มะเขือเทศ ต้นหอม ผักชี ดูทรงเครื่องดีจริงๆ ผมไปกินไข่เจียวทั้งในทั้งนอกโรงแรมจะมีคล้ายๆอย่างนี้เหมือนกันหมดครับ อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกคือ ขนมหวานตามรถเข็นในลาว รถชาติจะไม่ออกหวานมันเค็มแบบไทยนะครับ จะติดหวานแค่ปะแล่มๆแค่นั้น แต่อร่อยไปอีกแบบครับ อ้อ ใครอยากจะกินส้มตำที่ลาวอย่าไปสั่งตำไทยเชียวครับ เค้างง ไม่มีส้มตำหวานๆให้กินนะครับ ส่วนเครื่องที่กินกับส้มตำที่นี่เค้ามีจำพวกหมูย่างหลายแบบที่ผมชอบสุดคงจะเป็นหัวใจหมูย่างครับ หากินไม่ได้ที่ไทยจริงๆ ^^

    - ที่พักในปากเซ ที่พักมีหลายระดับตามงบประมาณเลยครับ ผมเดินๆดูมีตั้งแต่ราคา 200 บาทไปจนถึงนอนวังในราคา 1200 บาท แต่ก็ดูให้ดีๆหน่อยนะครับ ผมคุยกับลีแล้วเค้านอนที่พักราคา 300 บาท ในปากเซเหมือนกัน แต่ไม่ประทับใจในเรื่องของความสะอาดเลย ส่วนผมนอนในราคา 700 บาทซึ่งเป็นห้องระดับกลางของโรงแรมที่ผมพัก อารมณ์คนละอย่างเลยนะครับ ถ้าจะสั่งอาหารในโรงแรมดูเวลาครัวปิดด้วยนะครับ ที่นี่ครัวปิดเป็นเวลาไม่เปิดตลอด 24 ชม. แบบไทยครับ

    - การเดินทางในปากเซ ถ้าใครชอบใช้บริการของทัวร์ที่นี่รถโดยสารทุกคันที่เรานั่งสามารถพาเราไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในจำปาสักได้ทันทีครับ ส่วนราคาก็สามารถต่อรองกันได้ ตอนที่ผมไปมีพี่ใจดีคนหนึ่งชื่อ "หลุ่ย" พาเรามายังที่พักและเสนอบริการพาไปเที่ยว 3 น้ำตกและวัดภู ในราคา 1,500 บาทครับ แต่ผมอยากจะเที่ยวเองมากกว่าเลยปฏิเสธไป ถ้าเงินน้อยอีกวิธีที่แนะนำคือเช่าเรถแล้วขับไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆเองครับ เหมือนอย่างที่ผมเช่ามอเตอร์ไซด์หรือรถจักรไปเที่ยววัดภูนั่นแหละครับ

    - การจับจ่ายในลาว ที่นี่ใช้เงินได้ 3 สกุล คือ บาท ดอลล่าห์สหรัฐ แล้วก็กีบของลาวครับ ซึ่งชาวลาวที่อยู่ที่ปากเซนี้จะแปลงค่าเงินกันเก่งมาก เร็วกว่าผมซะอีก แต่บางอย่างใช้เงินลาวถูก บางอย่างใช้บาทถูก และบางอย่างใช้เงินลาวเองนั่นแหละถูกสุดครับ เวลาไปเที่ยวเราจึงจะน่าพกเงินเอาไว้หลายๆสกุลเพื่อความสะดวกและประหยัดในการจ่ายเงินครับ อย่างรถที่ผมเช่านี่วันละ 8 US ต่อวันถ้าเป็นเงินไทย 300 บาท ต่อวัน ถ้าเป็นเงินลาว 80,000 กีบ ครับ จะเห็นได้ว่าจ่ายเป็น US ถูกที่สุดในทั้งสามแบบเลยครับ (คำนวน ณ วันที 12 พ.ย 50 เงิน 1 US = 34 บาท และ 1 บาทเท่ากับ 280 กีบ)

    - คนลาว ที่นี่ทุกคนอัธยาสัยดีมากครับ บางคนจะเขินๆเวลาพูดกับเราก็ดูน่ารักไปอีกแบบ แต่ทุกคนพอรู้ว่าเราเป็นคนไทยเค้าจะเป็นมิตรมากครับโดยเฉพาะเวลาซื้อของเค้าจะคิดเงินเราถูกกว่าชาวต่างชาติประเทศอื่นๆ ซึ่งดีกับนักท่องเที่ยวกระเป๋าเบาแบบผมมากเลยครับ


    หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับใครที่จะไปเที่ยวต่อจากนี้นะครับ เสียดายที่เวลามีน้อยไม่งั้นคงจะไปเที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็งและตาดผาส่วมต่อ แต่เวลายังมีครับ ไม่ว่ายังไงผมจะกลับไปที่ปากเซอีกแน่นอนครับ ยิ้มเท่ห์



    ปิดท้ายกันด้วยภาพนี้ครับ ฮิๆ

    Comments (3)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    วาวเองคร้าบบบบบบ...ป๋ม
     
    พี่จำได้ทั้งหมดได้ไงอ่ะ
     
    ว่าเที่ยวที่ไหนมาบ้างแร้วแบบว่าเล่าความรุสึกซ้าละเอียดยิบ
     
    ถ้าเปนปลาทองอย่างวาวนะ
     
    อย่าว่าเเต่ความรุสึกเรย
     
    ไปเที่ยวไหนมาบ้างนะบางทีถ้าไปไหนเยอะๆยังเรียงไม่ถูกเรยว่า
     
    ไปอันไหนก่อนหลัง
     
    หรือบางทีลืมไปเรยก้อมีว่าเคยมาเเร้ว (เสียของจิงๆ)
     
    อิอิ  เก่งชะมัดเรยอ่ะ
    Dec. 22
    เรื่องรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเราหมดไป ไม่เกิน 2500 อะ
     
    รายอะเอียดอ่านได้ที่ http://www.barekadindern.com ครับทุกๆท่าน ^^
    Dec. 18
    JuBu JuBuwrote:
    เก่งว่ะ สามารถมาก หาข้อมูลการท่องเที่ยวเองหรอ รู้ได้ไงว่าคืนนี้จะนอนไหน ไปไหนบ้าง
    ถ้าเราไปคงอยากจะอยู่เที่ยวสักอาทิตย์นึงอ่ะ
    สรุปวงเงินทั้งทริปนี้เท่าไหร่อ่ะ อยากรู้ๆเปงเงินไทยนะโว้ยมิใช่กีบ
     
    **สุดท้ายขอแซวหญิงคนนั้นหน่อย แอ๊บเอาท่าอีโมไปใช้นะนั่น แหมๆเด๋วก็จับเข้ามาเป็นสาวกด้วยหรอก
    Dec. 18

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://espazs.spaces.live.com/blog/cns!77E310255C65C4D9!1748.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None